การประชุมหารือการขับเคลื่อนด้านสุขภาพคนพิการ่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รองเลขาธิการ นพ.ประจักษ์วิช รักนาค

การประชุมหารือระหว่างคณะอนุกรรมการฝ่ายฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์กับนพ.ประจักษ์วิช เล็บนาค รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย   นายวิเชียร  หัสถาดล  ประธานฝ่ายฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์   และผู้แทนองค์การคนพิการแต่ละประเภท ได้ประชุมหารือร่วมกันกับ นพ.ประจักษ์วิช เล็บนาค รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สรุปประเด็นได้ดังนี้

  1. ชุดสิทธิประโยชน์ของคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย 
    1.1 สายสวนปัสสาวะ มีในรายการ เบิกได้ แต่กำหนดอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า ๑ ปี นั้นจึงจะขอใหม่ได้ ปัญหาคือ อายุการใช้งานนานเกินไป ทำให้เกิดปัญหาติดเชื้อได้ สปสช.ขอให้ทำข้อเสนอเพื่อทบทวนข้อกำหนดในการเบิกจ่ายสายสวนปัสสาวะ
    1.2 เบาะลม ซึ่งเป็นเบาะรองนั่งสำหรับคนพิการนั่งรถวิลแชร์ ป้องกันปัญหาแผลกดทับ สปสช.ให้ความเห็นว่า อาจจะต้องไปดูข้อมูลจำนวนคนพิการวิลแชร์ว่ามีจำนวนเท่าไร เพื่อนำไปคำนวณเม็ดเงินงบประมาณของ สปสช.
    1.3 แพมเพิรส์สำหรับผู้ใหญ่ มีในรายการชุดสิทธิประโยชน์ แต่จำนวนที่จัดให้น้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้  สปสช. ให้ความเห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่ในแง่ของงประมาณ เป็นเม็ดเงินก้อนโตเนื่องจากสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
    1.4 แผ่นปิดผิวหนังบริเวณหน้าท้องและถุงหน้าท้อง สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ สปสช.อยู่ระหว่างการวิจัยและทดลองใช้ โดยจะต้องประเมินสถานะทางการเงินว่าสปสช.ต้องจ่ายเงินเพิ่มจำนวนเท่าไร เรื่องนี้น่าจะเป็นไปได้ในปี ๖๓
  2. ขอให้สถานบริการสาธารณสุขจัดให้มี-ห้องตรวจเฉพาะความพิการสำหรับคนพิการ /ห้องรอคอยสำหรับเด็กออทิสติก /ช่องทางพิเศษสำหรับคนหูหนวก เมื่อคนหูหนวกไปโรงพยาบาล ไม่รู้จะไปติอต่อกับใคร การพบแพทย์ต้องมีการรอคิว  เมื่อถึงเวลาเรียกคิวจะต้องมีการช่วยบอกด้วยจึงจะทราบ ซึ่งเป็นบรรยากาศค่อนข้างเครียดสำหรับคนหูหนวก จึงอยากให้มีระบบการรันคิวแบบตัวเลขวิ่งขึ้นจอให้เห็น ยกตัวอย่างกรณีการจัดระบบคิวที่ประเทศญี่ปุ่น มีระบบ card help บุคคลใดที่มี card help ก็จะ pass ให้บริการก่อนบทบาท สปสช.ที่จะทำได้ คือ อาจจะไปกำหนดไว้ให้เป็นมาตรฐานระบบ HA รพ. และหากมีระบบการนัดหมายที่ดี มีการจัดระบบคิวที่ดี โดยใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วย เช่น พอใกล้ถึงคิวจะมี App แจ้งเตือนได้   สปสช.น่าจะช่วยให้มีงานวิจัยศึกษาในเรื่องนี้ได้
  3. ระบบการส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนที่มีภาวะอาการกำเริบ เสี่ยงก่อความรุนแรงต่อครอบครัวและสังคมรอบข้าง สายด่วน 1669 ไม่ส่งรถมารับผู้ป่วย เพราะจะประมินว่า ไม่อยู่ในภาวะฉุกเฉินที่อาจจะเสียชีวิต หรือกรณีขอใช้รถ อบต.ส่งต่อซึ่งข้ามเขต เช่น ส่งผู้ป่วยจาก จ.พิจิตร ไปยัง รพ.จิตเวชที่อยู่ใน จ.นครสวรรค์ จะมีปัญหาว่าต้องได้รับการอนุญาตหัวหน้าส่วนราชการในท้องที่ก่อนสปสช.ให้ความเห็นว่า สตง.กำหนดขีดเส้นไว้ว่ารถองค์กรท้องถิ่นใดก็ต้องวิ่งในท้องถิ่นนั้น ประเด็นสายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินต้องร่วมกับกรมสุขภาพจิตในการจัดทำแบบปฏิบัติหรือแบบประเมินผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งต้องมีวิธิการดูแลที่แตกต่างจากคนไข้ทั่วไปสปสช.รับส่งต่อเรื่องนี้ให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินโดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินต้องไปจัดทำแนวทางปฏิบัติ
  4. การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์สำหรับคนพิการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข จำนวน  ๒๖ รายการ พบว่า สปสช. กำหนดรายการบริการและราคาการให้บริการฟื้นฟู จำนวน ๙ รายการ  ขอให้ สปสช. เพิ่มจำนวนรายการบริการและราคารการให้บริการฟื้นฟูให้ครอบคลุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขสปสช. ขอให้จัดทำข้อเสนอถึงความจำเป็น และช่วยคิด UNIT COST เสนอเข้ามา
  5. การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข
    5.1 คนหูหนวกไม่รู้ข่าวสารข้อมูลสาธารณสุข ขอให้ทำคลิปภาษามือและคำบรรยายไทย กรณี App ควรมี QR CODE เพื่อกดเข้าไปดูคลิปภาษามือ
    5.2 คนตาบอดเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข ขอให้จัดทำเวบไซต์อ้างอิงมาตรฐาน W3C สปสช. ได้เชื่อมกับศูนย์ TTRS ช่วยแปลสื่อของ สปสช.เป็นภาษามือ สำหรับการจัดทำข้อมูลข่าวสารให้คนตาบอดเข้าถึงได้ อาจจะให้ทีมทำสื่อประชาสัมพันธ์มาพูดคุยหารือและทำงานร่วมกัน
  6. การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนหูหนวก
    6.1 อะไหล่เครื่องช่วยฟังและประสาทหูเทียม มีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเฉพาะแบตเตอรรี่มีราคาสูง
    6.2 เครื่องช่วยฟัง คุณภาพไม่เหมาะสมกับคนพิการทางการได้ยิน ขอให้มีนักโสตช่วยกำหนดสเปคเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับระดับการได้ยินของคนพิการทางการได้ยิน
    6.3 การฟื้นฟูรักษาเด็กหูหนวกจะบังคับให้เรียนฝึกพูดฝึกฟังเพียงอย่างเดียวทำให้เด็กมีสภาพจิตใจย่ำแย่ ขอให้มีห้องครูสอนภาษามือควบคู่กับการฟื้นฟูการพูด การฟังด้วย สปสช.ขอให้จัดทำข้อเสนอเข้ามา
  7. บุคคลออทิสติก
    7.1 ข้อกังวล ยาเรสเพอริโดนชนิดน้ำ ขณะนี้ยังไม่มีการถอดออกจากบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่ รพ.ไม่ใส่เป็นบัญชียาหลักของ รพ. เนื่องจาก ยามีราคาสูง ขอให้เป็นนโยบายในการบรรจุยาเรสเพอริโดนชนิดน้ำอยู่ในบัญชียาหลักของ รพ.ทุกแห่งทั่วประเทศ เนื่องจากยาชนิดเม็ดที่ผลิตในประเทศ ส่งผลกระทบกับเด็ก เช่น มีอาการวุ่นวาย หงุดหงิด อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
    7.2 ขอให้มีการพัฒนาระบบบริการให้มีแผนกพิเศษออทิสติกและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษใน รพ.ทั่วไปในชุมชน (หากไม่ได้ขอเป็นในระดับจังหวัดทุกจังหวัด) เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ปกครองพาลูกออทิสติกไปรับบริการข้ามจังหวัดทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายสูง สปสช. ให้ความเห็นว่าหากจัดให้มีแผนกพิเศษออทิสติกทุกตำบลเป็นไปได้ยาก อาจจะเริ่มต้นให้มีในทุกจังหวัดก่อน โดยจัดให้มีนักต่างๆ (ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์) ในทุกจังหวัด