สภาคนพิการฯ เตรียมเดินหน้าเข้าพบรมต.และปลัดคลังขอความกรุณาอย่ายึดเงินกองทุนคนพิการ 2,000 ล้านบาทเข้าคลัง

สภาคนพิการฯ เตรียมเดินหน้าเข้าพบรมต.และปลัดคลังขอความกรุณาอย่ายึดเงินกองทุนคนพิการ 2,000 ล้านบาทเข้าคลัง

เมื่อวันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30-16.00  ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 219 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เชิญ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเครือข่ายคนพิการ มาหารือเรื่องที่กระทรวงการคลังมีหนังสือให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนำเงินสภาพคล่องส่วนที่เกินความจำเป็นส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินจำนวน 2,000 ล้านบาทเมื่อปี 2559 ประกอบกับเมื่อเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมาได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. 2561 ที่ออกตามพรบ.การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 อันมีผลให้กองทุนต่างๆ รวมถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อาจต้องนำเงินสภาพคล่องส่วนที่เกินความจำเป็นส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินด้วย

ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า กระทรวงการคลังควรทบทวนการนำเงินกองทุนคนพิการส่งเข้าคลัง เนื่องจากรายรับ/เงินที่ไหลเข้ากองทุนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด เพราะนายจ้างเลือกที่จะจ้างงานคนพิการแทนการส่งเงินเข้ากองทุนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งภาครัฐเองก็ไม่เคยจัดสรรงบประมาณให้คนพิการอย่างเพียงพอ ในขณะที่รายจ่ายของกองทุนกลับเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนคนพิการและภารกิจที่เพิ่มขึ้นทุกปี  อีกทั้งคดีที่สภาคนพิการฯ ฟ้องกระทรวงการคลังก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง โดยที่ประชุมได้ขอให้สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ร่วมกับพก. นำเรื่องเข้าพบรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ 
1. กระทรวงการคลังทบทวนยกเลิกคำสั่งเมื่อปี 2559 ที่ให้กองทุนคนพิการนำเงินส่งเข้าคลัง 2,000 ล้านบาท ซึ่งถ้ากระทรวงการคลังยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ทางสภาคนพิการฯ ก็จะรีบถอนคำฟ้องโดยเร็ว 
2. กระทรวงการคลังในฐานะฝ่ายเลขาของคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน เสนอให้คณะกรรมการฯ ประกาศยกเว้นไม่ให้กองทุนคนพิการต้องอยู่ภายใต้บังคับพระราชกฤษฎีกาข้างต้น เช่นเดียวกับกองทุนอื่น เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนเงินทดแทน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกองทุนประกันสังคม เป็นต้น

(สรุปโดย นายรัตน์ กิจธรรม)